ผ้าไหมไทย
เป็นผ้าไหมซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากผ้าไหมทั่วไป กล่าวคือ มีแสงแวววาวเป็นมันเลื่อม เนื้อผ้าฟูไม่เรียบ อ่อนนุ่ม มีน้ำหนัก บางชนิดเป็นปุ่มปมอันเนื่องมาจากระดับคุณภาพซึ่งเกิดในกระบวนการผลิตแต่ก็ทำให้ได้รับความนิยมของคนบางกลุ่มเพราะดูแล้วมีความแปลกตา
ประวัติ
ผ้าไหมมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและประเทศอินเดีย การทอผ้าไหมมีขึ้นราว 2,640 ปี ก่อนคริสตกาล พ่อค้าชาวจีนได้เผยแพร่ผ้าไหมสู่พื้นที่อื่นในแถบเอเชีย สำหรับประเทศไทยนักโบราณคดีพบหลักฐานที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงซึ่งบ่งชี้ว่ามีการใช้ผ้าไหมเมื่อ 3,000 ปีก่อน
การทอผ้าไหมในประเทศไทยในอดีตมีการทำกันในครัวเรือนเพื่อใช้เอง หรือทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธี เช่น งานบุญ งานแต่งงาน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5) ได้ส่งเสริมให้ใช้ผ้าไหม ส่วนการปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น แต่การดำเนินงานของโครงการก็ทำได้เพียงระยะหนึ่งมีอันต้องหยุดไป เนื่องจากเกษตรกรไทยยังคงทำในลักษณะแบบเดิมเพราะความเคยชิน ไม่ตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่แบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากความช่วยเหลือของญี่ปุ่น
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของผ้าไหมไทยขึ้น โดย เจมส์ แฮร์ริสัน วิสสัน ทอมป์สัน ชาวสหรัฐอเมริกาหรือที่คนไทยรู้จักในนามว่า จิม ทอมป์สัน ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความสนใจผลงานด้านศิลปะ ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมทั้งลาว และเขมร จิม ทอมป์สัน ได้ซื้อผ้าไหมไทยลวดลายต่างๆ เก็บสะสมไว้ และทำการศึกษาลวดลายผ้าไหมในหมู่บ้านที่เป็นแหล่งการผลิตผ้าไหม พร้อมกับเสาะแสวงหาช่างทอผ้าไหมฝีมือดี ในที่สุดได้พบช่างมีฝีมือถูกใจที่กรุงเทพมหานคร บริเวณชุมชนบ้านครัว (หลังโรงแรมเอเชีย เขตราชเทวีในปัจจุบัน)
ชุมชนแห่งนี้เดิมเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายเขมร อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ตั้งแต่ตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีความชำนาญในการทอผ้าไหม ซึ่ง จิม ทอมป์สัน ได้เข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนทอผ้าไหม สามารถสร้างรายให้ชาวบ้านมากขึ้น หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงผ้าไหมไทยโดยใช้หลักการตลาด การผลิต เพื่อขยายตลาด และทำการบุกเบิกผ้าไหมของไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และแพร่เข้าสู่วงการภาพยนตร์ของชาติตะวันตก และ ละครบรอดเวย์
ในปี พ.ศ. 2502 นักออกแบบชาวฝรั่งเศสได้ใช้ผ้าไหมไทยทำการออกแบบและตัดเย็บฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งเสด็จเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ถือได้ว่าเป็นการเปิดโอกาสผ้าไหมของไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
ลักษณะของผ้าไหม
ไหมพันธุ์ไทย เป็นไหมพื้นเมือง ชาวบ้านเลี้ยงเพื่อใช้ทอผ้าไหมพื้นบ้าน รังไหมของไหมพันธุ์ไทยสีออกเหลืองตุ่น มีขนาดเล็ก หัว ท้ายแหลม
คล้ายกระสวยให้ผลผลิตต่ำ เส้นไหมมีขนาดโต แต่ก็ความแข็งแรงเหนียวแน่น
ไหมพันธุ์ไทยลูกผสม เป็นพันธุ์ไหมที่เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ไทยกับไหมพันธุ์ต่างประเทศ รังไหมพันธุ์นี้มีสีเหลืองสด ขนาดใหญ่ ให้ผล
ผลิตสูงกว่าไหมพันธุ์ไทย และเส้นใยมีขนาดเล็กกว่าไหมพื้นเมือง
ไหมพันธุ์ต่างประเทศลูกผสม เป็นพันธุ์ไหมจากการผสมระหว่างพันธุ์ญี่ปุ่นและพันธุ์จีน รังไหมมีสีขาว ขนาดใหญ่ ลักษณะกลมรีคล้ายรูปไข่
เปลือกรังหนา ให้ผลผลิตสูง เส้นใยละเอียดเหนียวแน่น นิยมเลี้ยงเพื่อส่งไปจำหน่ายยังโรงงานสาวไหม.
เปลือกรังหนา ให้ผลผลิตสูง เส้นใยละเอียดเหนียวแน่น นิยมเลี้ยงเพื่อส่งไปจำหน่ายยังโรงงานสาวไหม.
วิธีการเลือกซื้อ
.....เนื่องจากผ้าไหมเป็นสิ่งทอที่มีราคาค่อนข้างแพง การเลือกซื้อจึงต้องพิจารณาเลือกซื้ออย่างรอบคอบ ซึ่งมีข้อพิจารณาในการเลือกซื้อดังนี้
- ควรเลือกซื้อแต่ผ้าไหมแท้เท่านั้น เนื่องจากอาจมีการปลอมปนใช้เส้นใยชนิดอื่นผสมกับไหม หรืออาจเป็นเส้นใยอื่นที่ไม่ใช่ไหม แต่มีลักษณะคล้ายไหม การทดสอบว่าเป็นไหมแท้หรือไม่ทำได้โดยการจุดไฟเผาเส้นไหม ถ้าเป็นไหมแท้ขี้เถ้าจะเป็นสีดำ มีรูพรุน มีกลิ่นเหมือนเส้นผมไหม้ไฟ ถ้าเอามือบี้ขี้เถ้าๆจะแตกเป็นผงหากเป็นใยสังเคราะห์ขี้เถ้าจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง
- เลือกซื้อแต่ผ้าไหมที่สีไม่ตก ทดลองได้โดยการจุ่มผ้าไหมลงในน้ำเปล่า ถ้าผ้าไหมสีตกจะทำให้น้ำเปล่าเปลี่ยนสี
- เนื้อผ้าต้องแน่นสม่ำเสมอ ไม่ใช่บางช่วงหนา บางช่วงบาง
- สีหรือลวดลายของผ้าไหมต้องสม่ำเสมอทั้งผืน
- ต้องทราบวัตถุประสงค์ของการใช้ผ้าไหม เช่น ถ้าเลือกซื้อเพื่อนำไปทำผ้าม่านหรือบุเฟอร์นิเจอร์ ควรเลือกซื้อผ้าไหมที่มีความหนามาก ถ้านำไปตัดเป็นเสื้อผ้าก็ควรเลือกซื้อผ้าไหมชนิดบาง
การดูแลรักษา
เนื่องจากเป็นเส้นใยธรรมชาติ ที่มีองค์ประกอบของโปรตีนดังนั้น การดูแลรักษาให้ผ้าไหม ให้มีความสวยงามคงทนอยู่เสมอและมีอายุการใช้งานให้นานที่สุด จึงมีความแตกต่างจากเส้นใยสังเคราะห์อื่นๆ ในสมัยโบราณจะใช้น้ำมันมะพร้าวแกง ซักผ้าไหมโดยไม่ต้องซักน้ำซ้ำแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง แต่ในปุจจุบันการดูแลรักษาผ้าไหม ให้อยู่ในสภาพดีได้ด้วยการซักแห้งโดยใช้น้ำยาซักแห้งทั่วๆ ไป หรืออาจใช้สบู่ที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนโดยการซักในน้ำอุ่น แล้วสามารถนำไปตากในที่ร่มได้เลยไม่ควรตากแดด โดยไม่ต้องบิดหรือบีบขยี้ผ้าไหม นอกจากนี้การหยดน้ำมัน เช่น Baby oil ลงไปในน้ำซักครั้งสุดท้าย 2-3 หยด จะทำให้ผ้าไหมมีความเงางามและลื่น สามารถรีดได้เรียบขึ้น ก่อนทำการรีดผ้าไหม ควรทำการพรมน้ำให้ผ้าไหมเปียกพอหมาดๆ แล้วรีดด้วยไฟค่อนข้างร้อน จากด้านในก่อน ส่วนด้านนอกให้รีดเล็กน้อยในตอนหลัง
OTOPเมืองกำแพงเพชร ต.ทุ่งทราย อ.ทรายทอง จ.กำแพงเพชร







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น